“ชินวรณ์” ยืนเกณฑ์เดิมห้ามรับ นร.เกิน 50 คน/ห้อง เลิก ม.3 ขึ้น ม.4 อัตโนมัติ ลั่นไร้เด็กฝาก

“ชินวรณ์” ถก สพฐ.ยืนแนวทางเดิมห้ามขยายห้องเรียนเกินหลักเกณฑ์ รับนักเรียนปี 54 วางสัดส่วนก่อนประถม 30 คน แต่ไม่เกิน 40 คน/ห้อง ประถม-มัธยม 40 คน แต่ไม่เกิน 50 คน/ห้อง ยกเลิก ม.3 ขึ้น ม.4 อัตโนมัติ ไม่ชัวร์เปิดรับรอบ 2 คาดกลาง ธ.ค.เกณฑ์ชัด ประกาศลั่นไม่มีเด็กฝากรัฐมนนตรี ผู้มีบารมี นักการเมือง
       

       วันนี้ (24 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรี ว่าการกระทรงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงผลการหารือถึงการปรับนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนปีการ ศึกษา 2554 ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะ ว่า ตนได้ยืนยันในนโยบายว่า การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2554 ต้องอยู่บนหลักการ 4 ข้อ คือ ต้องให้โอกาสทุกคนได้เรียนตามความสามารถ ความถนัด และความสะดวก สะท้อนคุณภาพผู้เรียน สะท้อนการส่งเสริมคุณภาพโรงเรียนให้มีคุณภาพใกล้เคียงกัน และต้องคำนึงถึงหลักบูรณาการการรับนักเรียนโดยมีการกำหนดสัดส่วน สพฐ.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้การจัดระบบการรับนักเรียนสอดคล้องต่อเป้าหมายและตัวชี้วัดในการ ปฏิรูปการศึกษา และให้มีการดำเนินการที่โปร่งใส ไม่ให้เรียกเก็บเงินกินเปล่า หรือ ไม่เป็นตามระเบียบที่ ศธ.กำหนดไว้
       
       นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้ง นี้ ที่ประชุมได้กำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนต่อห้องในชั้นก่อนประถมศึกษาห้องละ 30 คน รับได้ไม่เกิน 40 คน ระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ห้องละ 40 คน รับได้ไม่เกินห้องละ 50 คน โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ส่วนการเปิดรับนักเรียนรอบ 2 นั้นไม่น่าจะมี เนื่องจากมีโรงเรียนคู่ขนานอยู่แล้ว ส่วนการรับนักเรียนชั้น ม.3 ขึ้น ม.4 จะยกเลิกระบบการเข้าเรียนต่อโรงเรียนเดิมโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่ากลางเดือน ธ.ค.นี้หลักเกณฑ์จะมีความชัดเจน
       
       นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากเชิญชวน ผู้ปกครอง และประชาชน ช่วยกันข้ามพ้นค่านิยม ความเห็นแก่ตัวที่ต้องการจะให้ลูกตนเองได้เรียนในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียง และมีสำนึกร่วมในการระดมทุนให้แก่สถานศึกษา ไม่ใช่ว่ายอมจ่ายเพียงเพียงเพื่อจะให้ลูกตัวเองได้มีโอกาสเรียนในโรงเรียน ดังๆ ซึ่งถ้าเราก้าวข้ามพ้น 2 เรื่องนี้ได้ การวางระบบและวางรากฐานที่ดีในการรับนักเรียน สำหรับเรื่องผู้มีอุปการระคุณต่อโรงเรียนก็ต้องมีประวัติความเป็นมาและกำหนด สัดส่วนให้ชัดเจน โดยให้อยู่ในส่วนที่ขยายจาก 40 คน เป็น 50 คนต่อห้อง เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็กที่สอบ ส่วนเด็กฝากนักการเมืองหรือผู้มีบารมีนั้น ตนไม่มีนโยบาย แต่ตัวเองจะไม่ฝาก
       
       “เราพบอุปสรรคปัญหาช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการประกาศไม่ให้มีการฝาก ไม่ให้มีการรับนักเรียนเพิ่ม แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ยังแอบดำเนินการขยายห้องเรียนหลังจากเปิดภาคเรียนแล้ว ผลที่ออกมานั้นทำให้คุณภาพการศึกษาลดลง และมีผลต่อเนื่อง คือ ทำให้หลายโรงเรียนมาขอเพิ่มอาคารเรียน ทั้งที่ไม่มีพื้นที่ที่จะสร้างอาคารเรียนในโรงเรียนนั้นแล้ว ไม่มีพื้นที่ที่จะไห้เด็กได้วิ่งเล่น และบางโรงเรียนใช้วิธีให้นักเรียนวนห้องเรียนโดยเดินเรียน ซึ่งตนจะไม่ให้ดำเนินการแบบที่ผ่านมาอย่างแน่นอน” รมว.ศธ.กล่าว
       
       นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ จะได้เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันเข้าเรียนสูง จำนวน 21 แห่ง ทั่วประเทศ อาทิ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา, ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย, ร.ร.สตรีวิทยา , ร.ร.สามเสนวิทยาลัย และ ร.ร.บดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นต้น ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวมีประสบการณ์การขยายห้องเรียน และมีประสบการณ์ไม่รับเด็กฝาก รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 และ เขต 2 มาประชุมเชิงปฏิบัติการที่ ศธ.เพื่อร่วมกำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียนต่อไป

 

 

ที่มา : http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000166358